การเสด็จเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
การเสด็จเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ระหว่างวันที่ 17-27 มกราคม 2568
เพื่อขยายความร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก
ด้านงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรมที่ทันสมัย สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงตั้งพระทัยมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ด้านการศึกษาวิจัย วิชาการ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกระบวนการศึกษาและวิจัยที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 เสด็จไปทรงปฏิบัติ พระกรณียกิจทางวิชาการ ณ ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Cancer Research Center หรือ DKFZ) เมืองไฮเดลแบร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งศูนย์วิจัยฯ มีความร่วมมือกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์มาอย่างยาวนาน จากการทรงงานทางวิจัย วิชาการ และทอดพระเนตรกิจกรรมด้านการวิจัยสมัยใหม่ควบคู่กับการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ
อย่างต่อเนื่อง
โอกาสนี้ มีพระดำรัสถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือเพื่อการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย นวัตกรรม และการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล
“ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (DKFZ) อีกครั้ง พร้อมกับทีมงานจาก
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ในฐานะองค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่ได้ริเริ่มความร่วมมือระยะยาวกับ DKFZ เป็นเวลากว่า 30 ปี เพื่อการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรบุคคลระดับสูง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีนักวิทยาศาสตร์ของ DKFZ เข้าเยี่ยมชมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมงานวิจัยและวิชาการอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการสอนและฝึกอบรมนักวิจัยของสถาบันฯ ดังนั้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะรวมตัวกันในวันนี้ เพื่อขยายความร่วมมือซึ่งมีส่วนสนับสนุนอย่างมากในการทำความเข้าใจและค้นคว้าวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่และดีขึ้น”
สำหรับพระกรณียกิจสำคัญอีกประการหนึ่งในการเสด็จเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีครั้งนี้ คือ การลงพระนามและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หน่วยงานในพระดำริ ฯ กับศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Cancer Research Center หรือ DKFZ) นับเป็นครั้งที่ 2 ของการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
ซึ่งเป็นการขยายความร่วมมือต่อในอีก 5 ปี ทางด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล การศึกษาวิจัย วิชาการ และการพัฒนาการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา การส่งนักศึกษาเข้าศึกษาในระดับปริญญาและบัณฑิตศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีทักษะทางด้านการวิจัย นวัตกรรมอันทันสมัย การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัยทางด้านโรคมะเร็งผสานกับศาสตร์ด้านอื่น ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง ซึ่งทางศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีความยินดีและพร้อมถวายความร่วมมือในทุกวิถีทาง เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นตามพระปณิธานฯ
พร้อมกันนี้ ทรงรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานทางวิชาการ และผลงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยโรคมะเร็งในเด็ก การศึกษาทางชีวสารสนเทศประยุกต์ในงานวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การศึกษา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างทั้งสองสถาบัน
จากนั้น เสด็จไปทอดพระเนตรห้องปฏิบัติการวิจัยทางยา ของศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่ได้ศึกษา และพัฒนาถึงวิธีการรักษาแนวทางใหม่ ๆ ในการทดสอบยา ในห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหายาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคมะเร็ง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ทรงให้ความสนพระทัยในศักยภาพการพัฒนายา และวิธีการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก ของศูนย์วิจัยฯ ที่สอดคล้องกับพระปณิธานในการสร้างความมั่นคงทางยา ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อการเข้าถึงยาที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งแก่ผู้ป่วย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเสด็จไปทรงงานทางวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย
ชั้นนำกับนานาประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาบุคลากรสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ การพยาบาล และนักวิทยาศาสตร์ มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้มีสุขภาพอนามัยที่ดียิ่งขึ้นต่อไป
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักประธานสถาบัน
25 กุมภาพันธ์ 2568